ติอาโก้ อัลกันตาร่า คือนักเตะคนแรกในรอบ 23 ปีที่ย้ายจากทีมที่เพิ่งคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปอยู่กับ ลิเวอร์พูล ทันทีในช่วงซัมเมอร์

คนสุดท้ายที่ย้ายเข้าสู่ถิ่นแอนฟิลด์ หลังเพิ่งเป็นผู้ชนะในนัดชิงเจ้ายุโรปมาหมาดๆ ได้แก่ คาร์ล-ไฮน์ซ รีดเล่ อดีตศูนย์หน้าทีมชาติเยอรมนี 
รีดเล่ โชว์ฟอร์มเด่นซัด 2 ประตูในเกมนัดชิง แชมเปี้ยนส์ ลีก ปี 1997 พา โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เอาชนะ ม้าลายยูเวนตุส 3-1 ก่อนย้ายจากทีมเสือเหลืองไปซบหงส์แดงด้วยค่าตัว 1.8 ล้านปอนด์     ufa1688 
อีกคนที่อาจจะพอนับด้วยก็ได้คือ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ที่ย้ายจากสิงห์สำอางเข้าสู่ หงส์แดงลิเวอร์พูล ในเดือนมกราคม 2013 
แต่ในตอนนั้นมันคือช่วงตลาดหน้าหนาว แถมทีมสิงบลูเชลซีไม่เหลือสภาพแชมป์ยุโรปให้เห็นแล้ว เพราะร่วงตกรอบแบ่งกลุ่ม UCL แถมพลาดแชมป์สโมสรโลกอีกต่างหาก
.
ชัดเจนว่าการเซ็นสัญญากับ ติอาโก้ คือเรื่องที่แตกต่างลิบลับ ในการซื้อตัว รีดเล่ หรือ สเตอร์ริดจ์ 
ห้องเครื่องแดนกลางสายเลือดบราซิล ผู้ลืมตาดูโลกที่อิตาลี และโตมาเล่นให้ทีมชาติสเปน จัดเป็นผู้เล่นที่แทบไม่ต้องพิสูจน์อะไรแล้ว เขาคือนักเตะเวิลด์คลาส ที่สามารถเป็นตัวหลักให้ทีมเก่าได้อีกไม่น้อยกว่า 2 ปี
ผิดกับ รีดเล่ ที่กว่าจะย้ายมาค้าแข้งใน England  ก็วัยย่างเข้า 32 ปี ซึ่งถือว่าพ้นจุดพีคไปแล้ว ขณะที่ สเตอร์ริดจ์ เมื่อ 7 ปีที่แล้ว ยังไม่ได้พิสูจน์ตัวเองมากพอ ว่าจะพัฒนาฝีเท้าไปสู่การเป็นหัวหอกซุปเปอร์สตาร์ได้
แม้ว่า ติอาโก้ อัลกันตาร่า จะเป็นแข้งระดับโลก และประสบความสำเร็จในระดับสโมสรอยู่ทุกปี แต่การที่เขาจะอายุครบ 30 ปีในปีหน้า ชัดเจนว่านี่ไม่ใช่ผู้เล่นในแบบที่ หงส์แดงลิเวอร์พูล ยุคที่บริหารงานโดย เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป เลือกซื้อสักเท่าไร
ย้อนไปในช่วงปลายปี 2010 จอห์น ดับเบิลยู เฮนรี่ นักธุรกิจชาวอเมริกันนำกลุ่มทุนที่ชื่อว่า นิวอิงแลนด์ สปอร์ตส์ เวนเจอร์ส (เอ็นอีเอสวี) ซึ่งในภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป (เอฟเอสจี) ได้ซื้อสโมสรหงส์แดงลิเวอร์พูลจาก ทอม ฮิคค์ส และ จอร์จ จิลเล็ตต์ ด้วยเม็ดเงินเพียง 300 ล้านปอนด์
ที่กล่าวว่า “เพียง 300 ล้านปอนด์” เพราะสโมสรที่เป็นไปได้ด้วยประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ขนาดนี้ มันควรมีมูลค่ามากกว่านั้น 
แต่ในตอนนั้นทีมหงส์แดงเป็นไปได้ด้วยหนี้สิน จากการที่ ฮิคค์ส กับ จิลเล็ตต์ ไปกู้เงินจากธนาคารหลวงแห่งสกอตแลนด์ (อาร์บีเอส) มาลงทุน แล้วสโมสรไม่ประสบความสำเร็จ จนขาดทุนยับเยิน 
ในปี 2010 หงส์แดงลิเวอร์พูลสุ่มเสี่ยงกับสภาวะล้มละลาย และส่อแววถูกธนาคารเข้ากำหนดการเงิน อาจจะเป็นเหตุให้ถูกหัก 9 คะแนนในลีก 
ฮิคค์ส กับ จิลเล็ตต์ จึงต้องประกาศขายสโมสรเพื่อความอยู่รอด และก็เป็น จอห์น ดับเบิลยู เฮนรี่ ที่ไปช้อนซื้อมา
การที่ เฮนรี่ เข้ามาซื้อทีมที่ตัวเลขติดลบ ทำให้เขาต้องทำการเดินบัญชีสโมสรใหม่ และใช้ทฤษฎีที่เรียกว่า Moneyball ในการบริหารจัดการซื้อขายผู้เล่น
หลักการง่ายๆ ของ Moneyball ในการทำธุรกิจฟุตบอล ก็คือการลงทุนโดยมีเป้าหมายให้ตัวเลขบัญชีงบประมาณแต่ละปีไม่เกินงบ 
ซึ่งการจะบรรลุเป้าหมายนั้นได้ ต้องใช้แนวทางซื้อนักเตะที่มีศักยภาพจะทำกำไรให้ทีมได้ในอนาคต โดยอาศัยข้อมูลจาก Stats  และประเมินแนวโน้มความเสื่อมของสภาพร่างกายด้วยวิทยาศาสตร์การกีฬา
ในเดือนมกราคม 2011 หงส์แดงอาจจะลงทุนหนักในการซื้อ 2 ศูนย์หน้าอย่าง หลุยส์ ซัวเรซ และ แอนดี้ แคร์โรลล์ ซึ่งมีค่าตัวรวมกันเกือบๆ 58 ล้านปอนด์
แต่เม็ดเงินจำนวนนั้นไม่ใช่การขาดทุน เพราะสโมสรได้เงินจากการขาย ไรอัน บาเบล ให้ฮอฟเฟ่นไฮม์ ด้วยค่าตัวราวๆ 8 ล้านปอนด์ และปล่อย เฟร์นานโด ตอร์เรส ให้เชลซี ด้วยค่าตัว Stats ของเกาะ England อีก 50 ล้านปอนด์
ซัวเรซ ในตอนนั้นอายุเพียง 22 ปี ขณะที่ แคร์โรลล์ ตอนนั้นก็เป็นศูนย์หน้าดาวรุ่งพุ่งแรงของ นิวคาสเซิ่ล พวกเขาจึงมีโอกาสทำเงินจากแข้ง 2 รายนี้ได้ในภายหลัง
หลังต่อไปเราจะเห็นได้ว่า หงส์แดง ภายใต้การบริหารโดย เอฟเอสจี จะซื้อใคร มักเล็งผู้เล่นที่อายุยังไม่เกิน 27 ปีเป็นหลัก
ไม่ว่าจะเป็น จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ชาร์ลี อดัม, สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง และ โฆเซ่ เอ็นริเก้ ในยุคที่ เคนนี่ ดัลกลิช กลับมาเป็นกุนซืออีกครั้ง
หรือ โจ อัลเลน, ฟาบิโอ บอรินี่, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, แดเนียล สเตอร์ริดจ์, มามาดู ซาโก้, อดัม ลัลลาน่า, เดยัน ลอฟเรน, เอ็มเร่ ชาน, คริสติย็อง เบนเตเก้, แดนนี่ อิงส์ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ในยุคของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส
มาจนถึง ซาดิโอ มาเน่, จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม, ลอริส คาริอุส, โมฮาเหม็ด ซาลาห์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, อลีสซง เบ็คเกอร์, ฟาบินโญ่, นาบี เกอิต้า, ทาคุมิ มินามิโนะ และ คอสตาส ซิมิคาส ของ เจอร์เก้น เยือร์เกิน คล็อพ
ชื่อเหล่านี้ไม่มีใครเซ็นสัญญากับทีมหงส์แดง ตอนที่อายุเกินกว่า 27 ปี
ส่วนพวกนักเตะที่ย้ายมาตอนแก่ อาทิเช่น โคโล่ ตูเร่, ริคกี้ แลมเบิร์ต, เจมส์ มิลเนอร์, รักนาร์ คลาวาน หรือ อาเดรียน ถ้าไม่ได้ตัวมาแบบฟรีๆ ก็ใช้เงินซื้อแค่ไม่เกิน 4-5 ล้านปอนด์ทั้งนั้น

การซื้อนักเตะที่มีศักยภาพมากพอที่จะพัฒนาเป็นผู้เล่นระดับโลกในถิ่นแอนฟิลด์ คือเบื้องหลังของการทำเงินได้อย่างมหาศาล เมื่อถึงเวลาที่จะต้องขายออก
หลุยส์ ซัวเรซ ขายให้ บาร์ซ่า ได้ในมูลค่าถึง 75 ล้านปอนด์ ฟันกำไรไปกว่า 50 ล้านปอนด์เน้นๆ
ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง การขายให้ เจ้าบุญทุ่ม ได้ด้วยค่าตัวถึง 142 ล้านปอนด์ สามารถเอาไปเป็นทุนทุ่มซื้อ ฟาบินโญ่ และ อลีสซง เบ็คเกอร์ ในช่วงฤดูร้อนได้แบบเงินเหลือๆ
นักเตะอย่าง มามาดู ซาโก้, แดนนี่ อิงส์ รวมไปถึง โดมินิค โซลันกี้ ก็ล้วนขายออกไปได้ในราคาที่ได้กำไรจากตอนที่ซื้อมา 
ขนาด แอนดี้ แคร์โรลล์ กับ สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง ที่เป็นการซื้อที่ล้มเหลว ยังขายเอาเงินรวมกันกลับมาให้สโมสรได้ถึงหลัก 20 ล้านปอนด์
ยังไม่รวมในการเล่นแร่แปรธาตุนักเตะที่ไม่ใช้งานแล้ว ให้ได้เงินคืนมาสู่ทีมบ้างอีกนับไม่ถ้วน นั่นทำให้ทีมหงส์แดงค่อยๆ สร้างทีมขึ้นมาจนแข็งแกร่ง โดยที่สถานะทางการเงินมั่นคงขึ้นเรื่อยๆ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *